บอลประเพณีปี 2512

ยุคปีพศ.2502-2503

ผมอายุ11-12ปี มีเพื่อนสนิทชื่อ ไพโรจน์ พันธุมจินดา เรียนอยู่อัสสัมชัญ ซึ่งก็มีอาจารย์ชื่อ ไพโรจน์ พันธุมจินดา สอนอยู่โรงเรียนนี้เช่นกัน เพื่อนไพโรจน์ของผมคลั่งไคล้บอลประเพณีจุฬาฯธรรมศาสตร์มาก จะหยิบรองเท้าของพี่แป๊ะ-พี่ชายของตัวเอง-เรียนรัฐศาสตร์จุฬาฯ พื้นหนังออกมาโชว์ พร้อมบอกว่าพี่แป๊ะจะใส่ลีลาศในคืนวันบอลประเพณีฯ ในวันแข่ง-เพื่อนโรจน์จะซื้อข้าวมันไก่ห่อเข้าไปกินและจองที่นั่งในสนามศุภชลาศัยตั้งแต่ก่อนบ่ายโมง พอบอลแข่งจบ เพื่อนโรจน์จะชวนผมไปในสนามเพื่อวัดส่วนสูงกับนักฟุตบอลคนโปรดของเขา-ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง ว่าตัวสูงเท่าไหร่แล้ว
ผมเล่นบอลคณะฯ ติดทีมสจม. แล้วก็ร่วมคัดเป็นนักฟุตบอลประเพณีฯ ซึ่งมีพี่เก่าจบไปแล้วเป็น10ปีมาร่วมคัดตัวด้วย วันแนะนำตัวที่หอประชุมจุฬาฯ ผมถูกแนะนำเป็นคนสุดท้ายตามระบบอาวุโส ” อมร ชุติมาวงศ์ นิสิตครุศาสตร์ ชั้นปีที่1 เล่นฟุตบอลประเพณีเป็นปีแรก ” เสียงกริ๊ดดังสนั่นก้องห้องประชุม แนะนำต้วเสร็จ ดร.วิชิตบอกว่า ตอนแนะนำอมร นึกว่ามันลืมรูดซิปกางเกง ปีนั้นผมเป็นน้องใหม่คนเดียวที่ได้เล่นบอลประเพณีฯ

 

สมัยนั้นบอลประเพณีฯ เป็นกระแสในสื่อมวลชน หนังสือพิมพ์ลงข่าวก่อนสัก3เดือนเห็นจะได้ รุ่นพี่จะทยอยมาปลุกใจที่ค่ายเก็บตัว เอาอาหารมาให้ มีฉีดยาเข้าเส้นเพื่อความฟิต บางเช้าจะวิ่งจากที่พักไปบ้านรุ่นพี่แถวสุขุมวิทย์ เพื่อรับประทานอาหารเช้า ซึ่งรุ่นพี่เตรียมไว้เลี้ยงรับรอง บนเส้นทางวิ่งไป วิ่งแซงรุ่นพี่-นักบอลไปไกล พอไปถึงบ้านรุ่นพี่ ปรากฎว่ารุ่นพี่-นักบอลมานั่งกินอาหารก่อนหน้าเราแล้ว มารู้ทีหลัง เกิดก่อนรู้มากแอบนั่งสามล้อตุ๊กๆแซงเรามา

 

เช้าวันแข่ง เสียงบูมจุฬาฯ บูมมธ.มาปลุกถึงที่พักแต่เช้าตรู่ สีชมพู สีเหลืองแดง ปรากฎบนถนนขวักไขว่เต็มไปหมด ใกล้เที่ยงทั้งหมดไปรวมตัวที่สนามศุภชลาศัย  นักฟุตบอลทั้งสองทีมตั้งแถวอยู่ในสนาม แนะนำชื่อผู้เล่นของแต่ละฝ่าย เกมส์การแข่งขันเริ่มขึ้นท่ามกลางเสียงที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนในชีวิตของนักฟุตบอล มันดังมาก ดังเซ็งแซ่ ดังจนทำลายสมาธิในการเล่น มธ.จับลูกได้เลี้ยงมาให้จุฬาฯ จุฬาฯจับลูกได้เลี้ยงไปให้มธ. กว่าจะตั้งสติในเกมส์ได้ เพราะความตื่นเต้นจากเสียงเชียร์และรุ่นพี่ที่ปลุกระดมตลอดมาว่าแพ้ไม่ได้ เพื่อศักดิ์ศรี เพื่อพระนาม แล้วการแข่งขันก็จบลง

 

ผมยืนเข้าแถวรอขึ้นรับพระราชทานของที่ระลึกจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่9 ผมยืนติดกับดร.วิชิต แย้มบุญเรือง เล่นกองกลางคู่กัน ผมนึกถึงไพโรจน์ พันธุมจินดา-เพื่อนรัก เพื่อนไปอยู่ไหน ดูเราอยู่หรือเปล่า รู้มั๋ยเราอยากให้เพื่อนมายืนข้างๆเราในวันนี้

 

ผมขึ้นรับพระราชทานของที่ระลึกจากพระหัตถ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่9 ภาพถ่ายผมหลับตา ก้มศีรษะรับพระราชทานของที่ระลึก ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นของพระองค์ที่เสด็จมาทอดพระเนตร นึกถึงคำพูดของพ่อ-ซึ่งเป็นนักฟุตบอลทีมชาติไทย นักฟุตบอลทีมชาติไทยชุดแรกที่ได้เข้าร่วมแข่งขันกีฬาโอลิมปิค ณ กรุงเมลเบิร์น ประเทศ ออสเตรเลีย พูดว่า ” ถ้าให้พ่อเลือกได้ระหว่างเป็นนักฟุตบอลทีมชาติกับนักฟุตบอลประเพณีฯ พ่อขอเลือกเป็นนักฟุตบอลประเพณีฯ เพราะในหลวงท่านเสด็จมาทอดพระเนตร ” ผมมีความรู้สึกว่าพ่อของผมขึ้นรับของที่ระลึกจากพระหัตถ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพร้อมผมครับ

 

อมร ชุติมาวงศ์

 ศุกร์ 26 ตุลาคม 2561